«

»

เม.ย.
07

ผู้นำชุมชนลำไทร (อ.สมชาย สมานตระกูล)

ความเป็นมาของชุมชน

ชุมชนลำไทรหรือ”คอยรุตตั๊กวา”เป็นชุมชนอิสลามเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 95 นับถือศาสนาอิสลามที่มีประวัติยาวนานมากว่า 140 ปีโดยชุมชนแห่งนี้มีที่มาซึ่งเกิดจากการอพยพย้ายถิ่นฐานจากปัตตานีมาสู่กรุงเทพฯของสองสามีภรรยาคือนายอิบรอฮีม-นางซานี บีดิลเพื่อมาหาที่ทำกิน ในปัจจุบันชุมชนลำไทรมีประชากรราว 700 คนซึ่งเป็นเครือญาติชาวอิสสลามนามสกุล”สมานตระกูล”กันมากว่า 8 ชั่วรุ่น ด้วยวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอิสลามผสมผสานกับความเป็นเครือญาติกันทำให้ชุมชนแห่งนี้มีความเป็นอยู่ที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาตั้งแต่อดีตโดยมีอาชีพหลักคือการทำเกษตร ต่อมาเมื่อเริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำให้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากกระแสการพัฒนาตามแบบตะวันตกซึ่งเน้นการผลิตแบบทุนนิยม การปลูกพืชเชิงเดี่ยวจึงทำให้ชุมชนแห่งนี้ได้รับผลกระทบเช่นกันโดยการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เน้นการผลิตเพื่อขายแทนการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนเหลือจึงขายทำให้คนในชุมชนต้องพึ่งพิงการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆและเป็นทาสแห่งระบบทุนนิยมเพื่อฟื้นฟูแนวทางการพึ่งตนเองและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชนตามวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิมของคนในชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งชุมชนแห่งนี้จึงมีการดำเนินรอยตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและผสมผสานกับวิถีประเพณีวัฒนธรรมแบบอิสลามโดยหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานที่เน้นการผลิตเพื่อบริโภคเหลือจึงขายแทน

1. อ.สมชายเป็นผู้นำชุมชนของที่นี่กี่ปีแล้ว

อ.สมชายเป็นผู้นำของชุมชนที่ลำไทรมาราว 20 ปีโดยเดิมทีมีอาชีพเป็นข้าราชการครูของโรงเรียนกรุงเทพมหานครซึ่งมีประสบการณ์สอนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากว่า 33 ปี

2. คิดว่า อะไรในตัว อ.สมชาย ที่ทำให้ลูกบ้านเลือกให้เป็นผู้นำของเขา

แนวทางในการที่ ที่ทำให้ลูกบ้านเลือกให้อ.สมชาย เป็นผู้นำของเขา นั้นเกิดจากการที่ อ.สมชาย เปลี่ยนแปลงตนเองและครอบครัวโดยการทดลองทำแบบลองผิดลองถูกก่อนเนื่องจากประสบการณืการเป็นครูสอนด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มานานทำให้อ.สมชายเน้นการเรียนรู้ผ่านการค้นคว้าทดลองทำเมือ

ประสบสบความสำเร็จก็นำเอาแนวทางดังกล่าวมาบอกต่อแก่เพื่อนบ้านจนมีการนำไปใช้ต่อและกลายเป็นที่ยอมรับของเพื่อนบ้าน โดยการทดลองดังกล่าวเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมซึ่งเริ่มต้นจากการรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้ในชุมชน

3.สภาพชุมชนก่อนหน้าที่ อ.สมชายจะเป็นผู้นำเป็นอย่างไร

ชุมชนดั้งเดิมมีวิถีการผลิตแบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยการปลูกข้าวเป็นหลักและมีการเลี้ยงสัตว์บ้าง เมื่อมีภัยน้ำท่วมนาล่มชาวบ้านปรับตัวโดยการเตรียมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเพื่อหนีน้ำทำให้พอเลี้ยงตนเองได้ ยุคต่อมามีการส่งลูกหลานไปเรียนทำให้ชาวบ้านได้รับความรู้จากสื่อต่างๆในด้านการทำไร่นาสวนผสมในช่วงประมาณปี 2512 ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนและความไม่แน่นอนของการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและหันมาสู่วิถีการผลิตแบบเดิมที่เน้นการผลิตเพื่อกินเหลือจึงขาย ขณะเดียวกันทางราชการก็ให้ความช่วยเหลือด้านความรู้ในการทำเกษตรแบบผสมผสาน เช่น การเลี้ยงปลาในนาข้าวจึงเริ่มนำมาทดลองทำให้เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม

4.อ.สมชายทำอย่างไรที่นี่จึงกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งได้อย่างในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนลำไทรกลายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ในปัจจุบันก็คือ

1) รากฐานทางประวัติศาสตร์ที่คนในชุมชนเป็นเครือญาติกันผสานกับการดำรงชีวิตตามวิถีประเพณีวัฒนธรรมแบบอิสลามทำให้มีคววามสัมพันธ์กันช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

2) การได้รับโอกาสในการไปศึกษาในระดับที่สูงกว่าหมู่บ้านอื่นทำให้ได้รับความรู้และนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา

3) ผู้นำท้องถิ่นที่ผ่านมามีอัตลักษณ์ของตนเองมีความรับผิดชอบและมีแนวทางที่ดีในการพัฒนา เช่น เดิมทีไม่มีถนนนก็มีการระดมความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชนซึ่งเป็นเครือญาติกันมาช่วยกันขุดถนนหลังจากนั้นจึงได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางภาครัฐ การสร้างโรงปั่นไฟฟ้าใช้กันเองในชุมชนก่อนที่ไฟฟ้าจะเข้าถึงชุมชนืทำให้สามารถได้รับข้อมูลข่าวสารจากภายนอกได้ดีขึ้นและนำความรู้และข้อมูลข่าวสารมาใช้ในการพัฒนาชุมชน

4) การทำงานแบบราษฎร์ร่วมรัฐโดยมีฐานความคิดอยู่ที่ชาวบ้านและรัฐเป็นผู้สนับสนุนทำให้เกิดการพัฒนาที่มาจากความต้องการของคนในชุมชนและมีโอกาสมากกว่าชุมชนอื่น

5. อ.สมชายมีวิธีการอย่างไรในการชี้นำให้คนในชุมชนคล้อยตาม หรือเห็นด้วยกับวิธีการของอาจารย์

ในการดำเนินการเพื่อให้คนในชุมชนคล้อยตาม หรือเห็นด้วยนั้นจะใช้วิธีการทดองทำให้เห็นผลในครอบครัวของตนเองก่อนเมื่อเห็นผลและประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้วจึงใช้การบอกต่อชาวบ้าน 6. มีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างไรบ้างในการเป็นผู้นำ และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญก็คือแม้คนในชุมชนจะเป็นเครือญาติที่มาจากต้นตระกูลเดียวกันแต่ด้วยความเป็นมาและประวัติที่ยาวนานของชุมชนกว่า 8 ชั่วรุ่นประกอบกับการได้รับข้อมูลข่าวสารจากภายนอกจึงทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิดของคนในชุมชน รวมทั้งกระแสการผลิตพืชเชิงเดียวที่ทำให้วิถีการดำรงชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยนไปดังนั้นจึงหันกลับมาทบทวนแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้การดำรงชีวิตยังคงอยู่ในท้องถิ่นได้และมีการแก้ไขในด้านอาหารการกิน วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้คงอยู่ต้อไปโดยใช้หลักศาสนาอิสลามเป็นแกนนำในการแก้ปัญหาโดยทำตามคัมภีร์อัลกุรอ่าน เช่น ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมีการอบรมด้านศาสนาให้แก่เด็กๆในชุมชนเป็นเวลา 1 เดือน

7.- อ.สมชายคิดว่า คุณสมบัติที่ดีของผู้นำและผู้ตามคืออะไร

ผู้นำสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ 1) ผู้นำทางความคิดซึ่งต้องมีฐานความรู้ด้านภูมิปัญญาที่มาจากองค์ความรู้และประสบการณ์ และ 2) ผู้นำทางการปฏิบัติเป็นผู้ที่นำความคิดมาทดลองปฏิบัติทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่โดยอาศัยสถานการณ์ในปัจจุบัน ในการพัฒนานั้นควรแนวทางผสมผสานที่เกิดจากผู้นำทางความคิดและผู้นำทางการปฏิบัติโดยเริ่มต้นที่ภูมิปัญญา เช่น การทำนานั้นต้องอาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่นการเตรียมดินโดยการผลิกไถดินแล้วนำมาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้การพัฒนารวดเร็วขึ้น ขณะที่ผู้ตามนั้นก็มีทั้งผู้ตามที่ตามอย่างมีเหตุผลทำให้ได้รับโอกาสที่ดีและผู้ตามที่ชอบถกเถียงทำให้ไม่ได้รับองค์ความรู้ใหม่

8.- สัมภาษณ์ชาวบ้านเพิ่มเติมในประเด็น: มีส่วนร่วมอย่างไรในการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง (อยากได้มุมมองของลูกบ้านในการเป็นผู้ตามที่ดี)

แม้ว่าชุมชนลำไทรจะมีประวัติมายาวนานและมีความเข้มแข็งในด้านความเป็นปึกแผ่นของคนในชุมชนเนื่องจากมีปัจจัยด้านประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นชุมชนที่มาจากเชื้อสายเดียวกันประกอบกับการนับถือศาสนาอิสลามที่ยึดเหนี่ยวความเชื่อและวัฒนธรรมของคนในชุมชนแต่เมื่อชุมชนเริ่มเปิดสู่ภายนอกและรับกระแสความรู้และการพัฒนาจากภายนอกเข้ามาก็ทำให้แนวทางการพัฒนาภายในชุมชนที่เดิมเคยยึดถือผู้นำเดียวกันเริ่มเปลี่ยนไปเป็น 2 กระแสกล่าวคือกระแสหนึ่งยังคงยึดการพัฒนาตามวิถีดั้งเดิมของปราชญ์ดั้งเดิมในชุมชนที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว ขณะที่อีกระแสหนึ่งซึ่งได้รับอิทธิพลการพัฒนาจากภายนอกชุมชนจากการได้โอกาสในการไปเรียนรู้จากภายนอกแม้จะดำเนินรอยการพัฒนาตามพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงแต่จะเน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ในการพัฒนาอีกทั้งการเข้ามาแทรกแซงจากหน่วยงานต่างๆภายนอกชุมชนนั้นแม้จะมีส่วนช่วยให้เกิดความรู้ใหม่ๆแต่ก็สร้างความขัดแย้งแก่คนในชุมชนเช่นกัน เนื่องจากการให้งบประมาณขององค์กรต่างๆภายนอกชุมชนนั้นมิได้มีความเข้าใจบริบทความสัมพันธ์ของคนในชุมชนอย่างแท้จริงจนทำให้การใช้งบประมาณไปกระจุกอยู่กับบางกลุ่มและไม่เกิดประโยชน์โดยรวมอย่างแท้จริงต่อชุมชน อีกทั้งยังกลายเป็นที่มาของความขัดแย้งของคนในชุมชนด้วยเช่นกัน

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com