การจัดทำงบประมาณ

สาระน่ารู้เกี่ยวกับระบบงบประมาณ

ระบบงบประมาณที่นำมาใช้ตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำงบประมาณจนถึงปัจจุบันอาจจำแนกได้เป็น 4 ประเภทหลัก คือ

ระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นผลงานทำให้รัฐบาลมั่นใจได้ว่า

  1. ผลผลิตที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์และผลลัพท์สอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบาย
  2. ผลผลิตที่ต้องการมีปริมาณราคาและคุณภาพเหมาะสมสอดคล้องกัน
  3. กลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากผลผลิตนั้น ภายในเวลาที่ต้องการ

ระบบงบประมาณแบบใหม่ช่วยทำให้หน่วยปฏิบัติได้ประโยชน์ คือ

  1. ทราบผลลัพธ์ที่รัฐบาลต้องการ
  2. ระบุเป้าประสงค์ และวัดผลผลิตได้
  3. จัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายและเชื่อมโยงผลผลิตกับผลลัพธ์
  4. แสดงให้เห็นว่าผลผลิตที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร
  5. สามารถตรวจวัดผลผลิตที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องในเชิงปริมาณ ต้นทุน เวลา คุณภาพ

งบประมาณแบบแสดงรายการ (Line-Item Budgeting)

งบประมาณแบบแสดงรายการ(Line-Item Budgeting) งบประมาณแบบนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมการใช้จ่ายเงินมิให้มีการใช้จ่ายเงินเกินไปจากที่กำหนดหรือแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ลักษณะของงบประมาณระบบนี้คือ

  • มุ่งเน้นในเรื่องการควบคุมและตรวจสอบ Input ให้เป็นไปตามที่กำหนด (Control Orientation)
  • จำแนกค่าใช้จ่ายตามหมวดค่าใช้จ่ายและรายการใช้จ่ายในการของบประมาณ จะต้องกำหนดรายการตามหมวดค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนและใช้งบประมาณตามรายการที่กำหนดไว้ จะใช้งบประมาณผิดหมวดหรือต่างไปจากรายการที่กำหนดไม่ได้
  • ระบบงบประมาณนี้ จะประเมินความสำเร็จหรือล้มเหลวของงบประมาณจากความสามารถที่จะใช้งบประมาณที่ได้รับให้หมดไป ไม่ได้ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการบริหารและผลงานที่เกิดจากการใช้งบประมาณ
  • ขาดการยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

งบประมาณแบบแสดงผลงาน (Performance Budgeting)

งบประมาณแบบแสดงผลงาน (Performance Budgeting) เป็นระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นด้านประสิทธิภาพในการบริหารงาน โดยได้รับอิทธิพลทางแนวความคิดมาจากการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) ซึ่งมีแนวคิดว่า “การบริหารงานต้องทำโดยมีหลักเกณฑ์ ซึ่งกำหนดขึ้นจากการศึกษาวิเคราะห์โดยรอบคอบเพื่อให้มีวิธีที่ดีที่สุด ในอันที่จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น” ระบบงบประมาณแบบนี้ริเริ่มขึ้นครั้งแรกในประเทศหสรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1949 ลักษณะของงบประมาณระบบนี้คือ

  • จำแนกงบประมาณตามลักษณะงาน (Functional Classification ) หรือวัตถุประสงค์ของงาน (Objective Classification ) เช่น จำแนกงบประมาณเป็นด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ฯลฯ
  • มีการวัดประสิทธิภาพของการดำเนินงาน (เปรียบเทียบ Output กับ Input ) เพื่อหาวิถีทางที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงาน Output จะเป็นตัวชี้ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
  • กำหนดมาตรการในการวัดงาน ( Work Measurement ) และระบบบัญชีแสดงราคาต่อหน่วย (Cost Accounting System ) สำหรับคำนวณค่าใช้จ่ายของงานต่าง ๆ

งบประมาณแบบการวางแผนการวางโครงการ และการทำงบประมาณ (Planning-Programming-Budgeting System: PPBS

ระบบงบประมาณแบบนี้บางทีเรียกว่า งบประมาณแบบแสดงแผนงาน (Program Budgeting ) เริ่มใช้ครั้งแรกในประเทศสหรับอเมริกาในปี ค.ศ.1964 มีจุดเริ่มต้นการพัฒนาจากบริษัท General Motors ในปี 1924 ระบบ PPB หรือ PPBS มีลักษณะสำคัญคือ

  • PPBS นำเอาการวางแผนระยะยาว ( 3 – 5 ปี ) มาใช้ในการกำหนดวงเงินงบประมาณ การวางแผนจะเชื่อมโยงกับนโยบาย เป้าหมายของรัฐบาล และเห็นภาพการดำเนินงานที่ต่อเนื่องไปในอนาคต
  • จัดทำแผนงานแยกตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละด้าน เช่น นโยบายด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ฯลฯ
  • จำแนกแผนงานเป็นแผนงานหลัก แผนงานรอง โครงการหลัก โครงการรอง และกิจกรรม และจำแนกงบประมาณตามแผนงาน / โครงการ
  • จะต้องกำหนดและวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของโครงการ ผลลัพธ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นของโครงการ
  • วิเคราะห์ทางเลือกต่าง ๆ เพื่อเลือกวิถีทางที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • พิจารณาค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการ
  • PPBS จะเน้นการวิเคราะห์ ซึ่งมีเทคนิคการวิเคราะห์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ ได้แก่ System analysis, Zero base budget analysis, Quantitative analysis, Qualitative analysis, Marginal analysis และ Cost effectiveness หรือ Cost – benefit analysis
  • การเสนอของบประมาณต้องจัดทำเอกสาร 3 ชุด คือ

1) Program Memorandum (PM) เป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นโครงสร้างของสายงานความสัมพันธ์ของแผนงาน โครงการ วัตถุประสงค์ ผลงาน
และผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ

2) Program Financial Plan (PFP) เป็นแผนการใช้จ่ายของโครงการที่ต้องการเงิน-งบประมาณในระยะยาว เพื่อเป็นหลักประกันว่าโครงการจะดำเนินต่อไปได้ในปีต่อ ๆ ไป

3) Special Study (SS) เป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงการวิเคราะห์โครงการและทางเลือกโครงการต่าง ๆ

งบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance Based Budgeting: PBB )

เป็นระบบงบประมาณที่แสดงความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรที่ใช้ไปกับผล(Results) ที่จะได้รับจากโครงการ ลักษณะสำคัญของ PBB
คือ

  • ให้ความสำคัญกับ Output และ Outcome ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาล
  • ใช้การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) เป็นเครื่องมือในการกำหนด Output Outcome และงบประมาณ
  • กระจายอำนาจ (Devolution)ในการตัดสินใจให้กับผู้บริหารของหน่วยงาน
  • จัดสรรงบประมาณเป็นวงเงินรวม (Block Grant) ทำให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ
  • คำนวณค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณจากผลผลิตหรือกิจกรรม
  • กำหนดวงเงินงบประมาณล่วงหน้า (Medium term Expenditure Framework : (MTEF)
  • ใช้ระบบบัญชีพึงรับพึงจ่าย (Accrual Basis)
  • เน้นการควบคุมภายใน
  • การรายงานผลจะเชื่อมโยงระหว่างการดำเนินงานกับนโยบายของหน่วยงานและรัฐบาล

ในอดีตประเทศไทยได้ใช้ระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ (Line Item Budgeting) จนกระทั่งปีงบประมาณ พ.ศ.2525 ได้ปรับปรุง โดยนำระบบงบประมาณแบบแผนงาน (ProgramBudgeting) มาใช้ผสมผสานกับระบบงบประมาณแบบแสดงรายการ และใช้ระบบดังกล่าวเรื่อยมา จนกระทั่งปีงบประมาณ พ.ศ. 2545 รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีนโยบายให้ปรับปรุงระบบงบประมาณอีกครั้ง นำไปสู่ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ (Strategic Performance Based Budgeting System) หรือที่นิยมเรียกกันย่อ ๆ ว่า SPBBS

ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ (SPBBS) มีแนวคิดและหลักการที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ

1) การปรับปรุงให้รัฐบาลสามารถใช้วิธีการ และกระบวนการงบประมาณ เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากร ให้เกิดผลสำเร็จตามนโยบาย
และให้เห็นผลที่ประชาชนได้รับจากนโยบายนั้น

2) การมุ่งเน้นให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณ โดยคำนึงถึงความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

3) การมอบความคล่องตัวในการจัดทำและบริหารงบประมาณให้กับผู้ปฏิบัติ(Devolution) ขณะเดียวกัน หน่วยปฏิบัติก็ต้องมีความรับผิดชอบ(Accountability) ในการนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดผลงานตามยุทธศาสตร์ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยผ่านระบบตรวจสอบผลการปฏิบัติงานและผลทางการเงินที่รวดเร็ว ทันสมัย

แนวคิดนี้ได้นำไปสู่การออกแบบระบบและวิธีการงบประมาณที่มุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ โดยคำนึงถึงความสำเร็จของงานตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ มีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบในการวางแผนจัดการและบริหารงบประมาณแก่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ เป็นระบบงบประมาณที่มุ่งเน้นผลสำเร็จในการดำเนินงาน ของผลผลิต (Output)
และผลลัพธ์ (Outcome) ตามยุทธศาสตร์ โดยมีการวัดผลสำเร็จ (Performance Measures) ของผลงานดังกล่าวด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมทั้งปริมาณ คุณภาพ เวลา และค่าใช้จ่ายในการนำส่งผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

การจัดการบริหารงานภาครัฐแนวใหม่

ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐกำลังเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกระแสโลกาภิวัตน์ และปัจจัยเงื่อนไขต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ สถานการณ์ใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ถูกกำหนดโดยกติกาในสากลโลก ทำให้สังคมโลกตกอยู่ในสถานการณ์แข่งขันมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้การเคลื่อนย้ายข้อมูลข่าวสาร เงินทุน สินค้าและคน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง
และรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนยังต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ตลอดจนผลกระทบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ที่ได้เปิดโอกาสให้
ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาทุกระดับมากขึ้น จึงเป็นแรงกดดันที่ภาครัฐจะต้องปรับตัว และทบทวนบทบาทหน้าที่ ตลอดจนปรับปรุงการให้บริการใหม่

ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปในลักษณะองค์รวมเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบบริหารภาครัฐให้ไปสู่ “รูปแบบการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่” (New Public Management) ที่เน้นการทำงาน โดยยึดถือ ผลผลิต และผลลัพธ์เป็นหลัก มีการวัดผลลัพธ์และค่าใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม ให้ผู้ทำงานรับผิดชอบต่อผลงาน แทนการควบคุมปัจจัยนำเข้าอย่างละเอียด ซึ่งจะเปลี่ยนการทำงานของภาครัฐที่ต้องมีการกำหนดผลลัพธ์ คือการทำงานเพื่อประชาชน มีการวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีความโปร่งใสในการตัดสินใจ ตลอดจนวิธีการทำงานที่มีความรวดเร็ว และคล่องตัว เพื่อสนองความต้องการของประชาชนเป็นระบบที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การปฏิรูประบบบริหารภาครัฐจะครอบคลุมการดำเนินงาน 5 ด้าน คือ

1) แผนการปรับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐ

2) แผนการปรับวิธีการบริหารงานใหม่

3) แผนการปฏิรูปวิธีการงบประมาณ

4) แผนการปฏิรูประบบบริหารงานบุคคล

5) แผนการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและค่านิยมของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

การปฏิรูประบบวิธีการงบประมาณ

นโยบายในการจัดทำงบประมาณ คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2544

ข้อ 15.2 (5) “เร่งรัดการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดทำ และจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบาย และ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ และส่งเสริมให้กระทรวง ทบวง กรม มีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น พร้อมทั้งจัดให้มีระบบควบคุม ตรวจสอบ
ที่มีประสิทธิภาพ และโปร่งใส

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร: คำบรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนา เรื่องมิติใหม่งบประมาณไทยก้าวไกลสู่ e-Budgeting เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2546

“การบริหารยุคใหม่ ที่เราเรียกกันว่า 21 Century Management Model หรือเรียกว่ารูปแบบการบริหารจัดการในคริสศตวรรษที่ 21 มีเนื้อหาที่สำคัญ
2 ส่วน คือ หนึ่งต้องเป็น การบริหารที่สามารถปรับตัวเองได้ตลอดเวลาเป็น Adaptive อันดับสอง การกระจายอำนาจ Decentralize อย่าไปเข้าใจว่าการกระจายอำนาจ คือการหลุดลอย แต่เป็นการมอบการตัดสินใจลงไปในระดับล่าง และมีระบบที่สามารถประเมินผลตรวจสอบได้ ”

รัฐบาลได้ปฏิรูปวิธีการงบประมาณ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลมากขึ้น การปฏิรูประบบดังกล่าว ได้มีการถ่ายโอนอำนาจการตัดสินใจ และความคล่องตัวให้แก่หน่วยงานปฏิบัติควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภาระรับผิดชอบในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น โดยได้เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2546 ได้มีการจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 ได้นำระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์มาใช้และในปีงบประมาณ พ.ศ.2548 ได้ปรับระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ ให้ครอบคลุมการบูรณาการ ทั้ง 3 มิติ คือ Function, Agenda และ Area

งบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

งบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ (Strategic Performance based budgeting) หมายถึง ระบบงบประมาณที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดพันธกิจ(Mission) ขององค์กร จุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ แผนงาน งาน/โครงการ อย่างเป็นระบบมีการติดตามและประเมินผลสม่ำเสมอ เพื่อวัดผลสำเร็จของงานตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติมีการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบในการวางแผนจัดการ และบริหารงานแก่กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ โดยสามารถแสดงความรับผิดชอบของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับชาติ ระดับกระทรวง ระดับกรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1) ระดับชาติหรือระดับรัฐบาลโดยมีความรับผิดชอบต่อความสำเร็จของ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ (Strategic
Delivery Target) ซึ่งใช้กำหนดยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณประจำปีของประเทศ

2) ระดับกระทรวง หรือระดับความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบต่อเป้าหมายสำเร็จที่เรียกว่าเป้าหมายการให้บริการสาธารณะ (Service Delivery Target) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในข้อตกลงการให้บริการสาธารณะ (Public Service Agreement: PSA) ที่จัดระหว่างคณะกรรมการนโยบายงบประมาณกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

3) ระดับกรมหรือระดับหน่วยปฏิบัติ โดยมีหัวหน้าหน่วยงานรับผิดชอบต่อความสำเร็จของผลผลิต (Outputs) ที่หน่วยงานนั้นรับผิดชอบในการดำเนินงาน ซึ่งผลผลิตดังกล่าว เป็นองค์ประกอบสำคัญในข้อตกลงการจัดทำผลผลิต (Service Delivery Agreement-SDA) ที่จะทำขึ้นระหว่างรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติ

การจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

กรอบแนวคิดในการจัดทำงบประมาณ

ในการจัดการงบประมาณเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล จึงได้กำหนดกรอบในการจัดการงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2548
โดยครอบคลุมการบูรณาการมิติยุทธศาสตร์ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์กระทรวง (Function) นโยบายเฉพาะเรื่อง (Agenda) และยุทธศาสตร์พื้นที่ (Area) ตลอดจนการจัดการงบประมาณให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถสรุป ดังนี้

  • จัดสรรงบประมาณโดยมียุทธศาสตร์เป็นตัวนำ
  • ลดขั้นตอนและปรับระยะเวลาการจัดทำงบประมาณให้เหมาะสม
  • จัดงบประมาณ ให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง (Adaptive Management Budget)
  • เพิ่มบทบาทรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงาน
  • ส่งเสริม สนับสนุน การทำงานของผู้ว่า CEO
  • เน้นการติดตามประเมินผลที่เป็นระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทราบผลสำเร็จ
  • พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการงบประมาณ

เงื่อนไขในการจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

การจัดการงบประมาณปี 2548 เป็นการจัดการที่ทันสมัย นำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพโดยมีเงื่อนไขที่สำคัญ คือเป็นไปตามนโยบาย /เป้าหมายยุทธศาสตร์รัฐบาลมีกลยุทธ์ในการดำเนินงานที่ครอบคลุมการบูรณาการทั้ง3 มิติ Function, Agenda และ Area

ขอบเขตในการจัดการงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์

1) การจัดการงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ จะกำหนดยุทธศาสตร์บูรณาการที่ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติงานตามยุทธศาสตร์กระทรวงและหน่วยงาน (Function) เป็นภารกิจหลักที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนภายใต้ขอบเขต อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกระทรวง/ กรม โดยต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

มิติงานตามตามยุทธศาสตร์เฉพาะของรัฐบาล (Agenda) เป็นภารกิจ หรือนโยบายเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลมอบหมาย ไม่ได้เป็นภารกิจของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยเฉพาะเป็นการมุ่งเน้นการมีเป้าหมายและการดำเนินงานร่วมกัน มีเจ้าภาพ/ผู้รับผิดชอบ และผู้สนับสนุนอย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่า การบริหารเชิงบูรณาการ เช่น นโยบายการปราบปรามยาเสพติด นโยบายการแก้ไขความยากจน เป็นต้น

มิติงานตามยุทธศาสตร์พื้นที่ (area) เช่น จังหวัด/กลุ่มจังหวัด ภารกิจต่างประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่เน้นเฉพาะในพื้นที่หรืออาจสรุปได้ว่าเป็น
การบริหารแบบ CEO ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด CEO

2) เน้นการบริหารจัดการแบบปรับตัวได้ (Adaptive Management) มีความยืดหยุ่น คล่องตัว กระจายอำนาจ และทันเหตุการณ์

3) ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เป็นการบริหารงานที่มี ประสิทธิภาพ ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ กระบวนการจัดทำงบประมาณ (วงจรงบประมาณ )

กระบวนการจัดทำงบประมาณ ประกอบด้วย การดำเนินงาน 6 ขั้นตอน คือ การทบทวนงบประมาณ การวางแผนงบประมาณ การจัดทำงบประมาณ การอนุมัติงบประมาณ การบริหาร-งบประมาณ และการติดตามประเมินผลและการรายงานผล

  1. การทบทวนงบประมาณ เริ่มจากการที่ส่วนราชการ และสำนักงบประมาณทำการทบทวนงบประมาณ โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1.1. การทบทวนงบประมาณที่ได้อนุมัติการดำเนินงานแล้ว ซึ่งจะประกอบด้วย

  • การทบทวนภารกิจตามยุทธศาสตร์ เป็นการทบทวนภารกิจที่หน่วยงานดำเนินงานเพื่อให้เกิดการพัฒนา การแก้ไข การป้องกัน หรือเพื่อให้เกิดผลผลิต / ผลลัพธ์ ตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ได้แก่ ทบทวนเป้าหมายการให้บริการกระทรวงและตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์กระทรวง เป้าหมาย หน่วยงานและตัวชี้วัด กลยุทธ์หน่วยงาน ผลผลิต/โครงการและตัวชี้วัด
  • การทบทวนภารกิจประจำเป็นการทบทวนภารกิจสำคัญของหน่วยงานที่ต้องทำตามกฎหมาย หรือที่ได้รับมอบหมาย หรืออาจกล่าวได้ว่า คืองานประจำที่ต้องทำ ตัวอย่างเช่นของกรมราชทัณฑ์ ภารกิจประจำ คือ อำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ตาม พ.ร.บ. แบ่งส่วนราชการ ได้แก่

ทบทวนเป้าหมายการดำเนินการตามภารกิจประจำที่ต้องทำตามกฎหมายงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความสามารถในการดำเนินงานของหน่วยงาน

ทบทวนผลการดำเนินงานในปัจจุบันเพื่อปรับลด ชะลอ หรือยกเลิกผลผลิต / กิจกรรมที่หมดความจำเป็น หรือมีความสำคัญในระดับรอง และเลือกดำเนินการเฉพาะผลผลิต / กิจกรรมที่เกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อผู้รับบริการ ( เช่น การตรวจปัสสาวะหรือตรวจหาสารเสพติดในผู้ต้องขัง)

  • การทบทวนค่าใช้จ่ายของแต่ละภารกิจ เป็นการทบทวนเพื่อก่อให้เกิดความประหยัดและความคุ้มค่าสูงสุดได้แก่ การปรับลดรายจ่ายประจำที่สามารถประหยัดได้ รายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่สามารถประกวดราคาได้ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้
  • ทบทวนค่าใช้จ่ายต่อหน่วยผลผลิตที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจแบบเดียวกัน หรือสามารถลดต้นทุนได้

1.2 การทบทวนงบประมาณกลางปี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดการ-เปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย

1) การทบทวนระดับกระทรวง/หน่วยงาน ได้แก่ กรณีการปรับยุทธศาสตร์/เป้าหมายการให้บริการ/ค่าใช้จ่าย เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบให้มีการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ ทำให้กระทรวงหรือหน่วยงานจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์และเป้าหมายการให้บริการ ตลอดจนค่าใช้จ่ายให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ /เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติใหม่ (งบประมาณไม่เปลี่ยนแปลง) การปรับแผนกลยุทธ์ / แผนการให้บริการ/ ผลผลิต / โครงการ เป็นกรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์/ เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ แต่ผลการดำเนินงานของกระทรวง / หน่วยงาน อาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการให้บริการของกระทรวง / หน่วยงาน และเป้าหมายระดับชาติที่กำหนดไว้เดิมได้ กระทรวง / หน่วยงาน จะต้องมีการปรับแผนกลยุทธ์ แผนการให้บริการ ผลผลิต / โครงการ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น (งบประมาณไม่เปลี่ยนแปลง)

หากการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และเป้าหมายภายใต้การให้บริการของกระทรวง /หน่วยงานในทั้ง 2 กรณี มีผลทำให้มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ให้กระทรวง ๆ หน่วยงานพิจารณาใช้เงิน โดยการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

2) การทบทวนระดับรัฐบาล เป็นกรณีที่สถานการณ์ของประเทศ / โลกเปลี่ยนแปลงไป จนทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์
หรือนโยบายให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและมีผลต่อการใช้งบประมาณ รัฐบาลอาจดำเนินการ ดังนี้

ปรับลดงบประมาณของกระทรวง/ หน่วยงานที่มีความสำคัญน้อย หรือรวบรวมเงินเหลือจ่ายจากการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ หรือที่หมดความจำเป็นของ กระทรวง / หน่วยงานต่าง ๆ โดยจะต้องแก้กฎหมาย ให้สามารถโอนงบประมาณระหว่างส่วนราชการได้ใช้จากงบกลางประเภท Contingency Fund /Strategy Fund

  1. การวางแผนงบประมาณ เป็นการกำหนดวงเงินงบประมาณ จากหน่วยงาน ดังนี้

1) สงป. / สศช. กำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี

2) ครม. ให้ความเห็นชอบ

3) รมต. มอบนโยบายกระทรวง / หน่วยงาน

โดยการวางแผนงบประมาณ จะต้องคำนึงถึง และตั้งอยู่บนพื้นฐานของเป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ฯ ยุทธศาสตร์กระทรวง โดยครอบคลุมมิติยุทธศาสตร์ ทั้ง 3 มิติ Function Agenda และ Area

  1. การจัดทำงบประมาณ ส่วนราชการจัดทำรายละเอียดคำของบประมาณฯโดยสำนักงบประมาณพิจารณาคำขอฯของหน่วยงาน และนำเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบในรายละเอียด นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
  2. การอนุมัติงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบต่อร่าง พรบ. งบประมาณฯ และหากผ่านการพิจารณาจะประกาศใช้เป็น พรบ.งบประมาณประจำปี พ.ศ…. ต่อไป
  3. การบริหารงบประมาณ หน่วยงาน/กรม บริหารงบประมาณตามยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้
  4. การติดตามประเมินผลและการรายงานผล เนื่องจากระบบงบประมาณแบบใหม่ เป็นระบบที่เน้นการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการให้บริการของกระทรวง/หน่วยงานที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ซึ่งได้กำหนดแนวทางในการติดตามประเมินผลและรายงานผล เป็น 2 ลักษณะดังนี้

1) รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณที่แสดงผลสำเร็จระดับผลผลิต/โครงการตามเกณฑ์การชี้วัดที่กำหนดไว้

2) รายงานประจำปีที่แสดงผลสำเร็จของกระทรวง/หน่วยงาน ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการให้บริการระดับกระทรวง

Page 1 of 11
Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com